Asean Sustainable Energy Week 2017 ตั้งแต่ 7 - 10 มิถุนายน 2560
Asean Sustainable Energy Week 2017 ตั้งแต่ 7 - 10 มิถุนายน 2560
เอ็นเนอร์เรย์ ยูเอซี คว้าประมูลงานบำรุงรักษาโซลาร์ฟาร์ม 25 เมกะวัตต์ในไทย
เอ็นเนอร์เรย์ ยูเอซี คว้าประมูลงานบำรุงรักษาโซลาร์ฟาร์ม 25 เมกะวัตต์ในไทย
โรงงานพลังงานแสงอาทิตย์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศตุรกี
โรงงานพลังงานแสงอาทิตย์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศตุรกี
เอ็นเนอร์เรย์ที่การประชุม อาร์อีเอส4เอ็มอีดี
เอ็นเนอร์เรย์ที่การประชุม อาร์อีเอส4เอ็มอีดี
เอ็นเนอร์เรย์ที่โรงไฟฟ้ารวันดาและการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน
เอ็นเนอร์เรย์ที่โรงไฟฟ้ารวันดาและการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน
เอ็นเนอร์เรย์ได้เข้าพบประธานาธิบดีของเซเนกัล
เอ็นเนอร์เรย์ได้เข้าพบประธานาธิบดีของเซเนกัล
เอ็นเนอร์เรย์ชนะการประมูลพลังงานสีเขียวของอีเนลและบินมายังประเทศบราซิล
เอ็นเนอร์เรย์ชนะการประมูลพลังงานสีเขียวของอีเนลและบินมายังประเทศบราซิล
โซลาร์ฟาร์มแห่งแรกในประเทศจอร์แดน
โซลาร์ฟาร์มแห่งแรกในประเทศจอร์แดน
เริ่มใช้โซลาร์พาร์ค 23 เมกะวัตต์ในประเทศจอร์แดน
เริ่มใช้โซลาร์พาร์ค 23 เมกะวัตต์ในประเทศจอร์แดน
เอ็นเนอร์เรย์ที่เมดิเตอร์เรเนียน
เอ็นเนอร์เรย์ที่เมดิเตอร์เรเนียน

Asean Sustainable Energy Week 2017 ตั้งแต่ 7 - 10 มิถุนายน 2560

8

บริษัท เอ็นเนอร์เรย์ ยูเอซี (ประเทศไทย) จำกัด ได้เข้าร่วมงาน Asean Sustainable Energy Week 2017 ณ ศูนย์ประชุมไบเทค กรุงเทพฯ ในวันที่ 7-10 มิถุนายน 60 พบกันที่บูท P42 Link to the website of the exhibition>

เอ็นเนอร์เรย์ ยูเอซี คว้าประมูลงานบำรุงรักษาโซลาร์ฟาร์ม 25 เมกะวัตต์ในไทย

2

เมื่อไม่นานนี้ บริษัท เอ็นเนอร์เรย์ ยูเอซี (ประเทศไทย) จำกัด ได้ชนะการประมูลงานบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์ในประเทศไทย ซึ่งมีบริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) เป็นเจ้าของ โดยสัญญาครอบคลุมการบำรุงรักษาระบบการทำงานของโซลาร์ฟาร์มขนาด 12.5 เมกะวัตต์ จำนวน 2 แห่ง ในจังหวัดนครราชสีมาและจังหวัดชัยภูมิ เป็นเวลาสองปีนับตั้งแต่เดือนมี.ค. ที่ผ่านมา

โซลาร์ฟาร์มแต่ละแห่งจะมีกลุ่มคนงาน 16 คน ปฏิบัติงานระหว่างเวลา 08.00 – 17.00 น. ในวันจันทร์ถึงวันเสาร์ โดยเอ็นเนอร์เรย์ ยูเอซี จะดำเนินงานบำรุงรักษาขั้นพื้นฐาน อาทิ การตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้าและระบบการทำงานทั้งหมด ด้านวิศวกรบริการประจำพื้นที่จะทำหน้าที่จัดสรรแรงงานและตารางการทำงานอย่างเหมาะสม เพื่อคงความต่อเนื่องของการผลิตกระแสไฟฟ้า

โซลาร์ฟาร์มแต่ละแห่งจะมีกลุ่มคนงาน 16 คน ปฏิบัติงานระหว่างเวลา 08.00 – 17.00 น. ในวันจันทร์ถึงวันเสาร์ โดยเอ็นเนอร์เรย์ ยูเอซี จะดำเนินงานบำรุงรักษาขั้นพื้นฐาน อาทิ การตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้าและระบบการทำงานทั้งหมด ด้านวิศวกรบริการประจำพื้นที่จะทำหน้าที่จัดสรรแรงงานและตารางการทำงานอย่างเหมาะสม เพื่อคงความต่อเนื่องของการผลิตกระแสไฟฟ้า

ทั้งนี้ เอ็นเนอร์เรย์ เอส.พี.เอ. (Enerray S.p.A.) ต้นสังกัดของเอ็นเนอร์เรย์ ยูเอซี ถือเป็นบริษัทผู้ให้บริการด้านการบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์อย่างเต็มรูปแบบในระดับโลก ด้วยประสบการณ์ยาวนานนับสิบปีและการดูแลโรงไฟฟ้าฯ มากกว่า 700 เมกะวัตต์ทั่วโลก

ขณะที่บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) ซึ่งก่อตั้งเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2558 ได้ดำเนินธุรกิจพลังงานสะอาดอันเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มธุรกิจพลังงานหมุนเวียนตามแผนการปรับโครงสร้างบริษัท บางจาก ปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) รวมถึงบริษัทในเครือ ที่บริหารจัดการโดยกลุ่มคน วิสัยทัศน์ และทิศทางธุรกิจอันสดใหม่กว่าที่ผ่านมา

2

2

2

2

2

โรงงานพลังงานแสงอาทิตย์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศตุรกี

1

เดอะ คอนยา คีโซเรน เซป เปิดตัวแล้ว

วันที่ 4 พฤษภาคม เทคโน เรย์ โซลาร์ ผู้นำด้านพลังงานเซลล์แสงอาทิตย์ของประเทศตุรกีได้เปิดโรงงานพลังงานแสงอาทิตย์ที่ใหญ่ที่สุดของตุรกีอย่างเป็นทางการ ตั้งอยู่ที่คอนยา คีโซเรน โดยมีการทดสอบระบบ 18.5 เมกะวัตต์ในส่วนแรก และมีกำลังการผลิตรวม 22.5 เมกะวัตต์ โรงงานพลังงานแสงอาทิตย์เดอะคอนยา คีโซเรน ใช้เงินลงทุน 22.5 ล้านดอลล่าร์ โดยมีจุดประสงค์เพื่อจ่ายไฟฟ้าให้กับสองหมื่นครัวเรือน

เทคโน เรย์ โซลาร์ เป็นบริษัทที่เปลี่ยนแสงอาทิตย์ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานทดแทนที่ไม่จำกัดให้เป็นการลงทุนที่ทำกำไรได้จากโรงงานที่สร้างขึ้น และได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันพุธที่ 4 พฤษภาคม โรงงานพลังงานแสงอาทิตย์คอนยา คีโซเรน นี้ตั้งอยู่บนพื้นที่ 430,000 ตารางเมตร คีโซเรน เอสเอสพี วางแผนผลิตไฟฟ้าปีละ 30,730,000 กิโลวัตต์ชั่วโมง โรงงานใช้แผงเซลล์แสงอาทิตย์ทั้งหมด 74,106 แผง

โรงงานพลังงานแสงอาทิตย์คอนยา คีโซเรน นอกจากจะใช้เครื่องมือที่มีคุณภาพดีที่สุดแล้ว ยังเป็นโรงงานพลังงานแสงอาทิตย์ในตุรกีที่มีสถาปัตยกรรม “การควบคุมระยะไกล” และเป็นระบบติดตามระยะไกลอัตโนมัติซึ่งเป็นเอกลักษณ์เพียงแห่งเดียว

นายอัลเต โคสกุโนกลู ประธานกรรมการบริหารกลุ่มบริษัทเทคโน กล่าวในการแถลงข่าวว่า “ดวงอาทิตย์เป็นสมบัติของชาติสำหรับประเทศตุรกี โรงงานพลังงานแสงอาทิตย์คอนยา คีโซเรนที่เราเปิดตัวในวันนี้เป็นโรงงานของประเทศตุรกีที่ใหญ่ที่สุด เราเชื่อว่าพลังงานแสงอาทิตย์จะเติบโตอย่างรวดเร็วในตุรกีและพลังงานที่ได้รับจากดวงอาทิตย์เป็นพลังงานที่เหนือกว่าแหล่งพลังงานอื่นทั้งหมด”

นายเมห์เมท โอเซ็นบา ผู้ช่วยผู้จัดการทั่วไปของเทคโน เรย์ โซลาร์ กล่าวว่า “ระหว่างการติดตั้งโรงงาน เราจ้างคนงาน 400 คน เรายินดีและภาคภูมิใจที่ได้ตั้งโรงงานที่มีมาตรฐานทางคุณภาพสูงสุดในประเทศตุรกี และเครื่องมือต่าง ๆ ได้รับการคัดสรรตามรายการโดยเฉพาะและใช้ในการสร้างโรงงาน การดำเนินงานใช้เวลา 8 เดือน”

นายมิเคเล สแกนเดลลารี ประธานกรรมการบริหารของเอ็นเนอร์เรย์ พูดในการแถลงข่าวว่า “เทคโน เรย์ โซลาร์ เป็นหุ้นส่วนต่างชาติรายแรกของเรา และเรารู้สึกดีและภูมิใจที่ได้ร่วมงานกัน จากการร่วมมือกันในการก่อตั้งกับประเทศตุรกี ขณะนี้บริษัทของเราได้ก้าวไปอีกขั้นเพื่อเป็นแบรนด์ระดับโลก ปัจจุบันเรามีโรงงานพลังงานแสงอาทิตย์ที่กำลังสร้างใน 12 ประเทศ และติดตั้งพลังงานรวมทั้งหมด 600 เมกะวัตต์

โครงการนี้ จากการรวมกันของพลังงานแสงอาทิตย์ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานทดแทนที่ไม่จำกัดและโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีรวมถึงพนักงานผู้มีความเชี่ยวชาญในการออกแบบของเทคโน เรย์ โซลาร์ มีจุดประสงค์ในการรักษาต้นไม้ไว้ 45,000 ต้น และป้องกันการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์โดยเฉลี่ย 18,000 ตัน

 

เอ็นเนอร์เรย์ที่การประชุม อาร์อีเอส4เอ็มอีดี

2

เดอะ คอนยา คีโซเรน เซป เปิดตัวแล้ว

แนวทางใหม่ในการพัฒนาพลังงานสะอาดและการนำไปใช้ในพื้นที่เอ็มอีเอ็นเอ (ตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ) และแอฟริกา

โบโลนญา พฤษภาคม 2559 – การทำให้โครงสร้างพื้นฐานแข็งแกร่งและการลงทุนในพลังงานเป็นการกระตุ้นการพัฒนาทวีปแอฟริกา เป็นบางส่วนของวัตถุประสงค์ในการประชุมประจำปีของอาร์อีเอส4เอ็มอีดีที่จัดขึ้นในกรุงโรม วันที่ 19 พฤษภาคม  โดยเครือข่ายระหว่างประเทศที่มีบริษัทต่าง ๆ ผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยี ที่ปรึกษาของบริษัทและสถานศึกษามีจุดมุ่งหมายเพื่อสนับสนุนพลังงานทดแทนให้แพร่หลายในเมดิเตอร์เรเนียนและหาทางแก้ปัญหาด้านพลังงานที่มีประสิทธิภาพให้เพียงพอต่อความต้องการของคนในพื้นที่ ตั้งแต่ปลายปีที่แล้วอาร์อีเอส4เอ็มอีดีตัดสินใจขยายขอบเขตทางภูมิศาสตร์ที่เชื่อมกับทวีปแอฟริกา แอฟริกาใต้สะฮารา ในแง่ของความมีศักยภาพอย่างมากและมีโอกาสเติบโตในด้านพลังงานทดแทน

เอ็นเนอร์เรย์ เอสพีเอ ผู้นำระดับโลกในการออกแบบ การพัฒนา และการบริหารจัดการโรงงานเซลล์แสงอาทิตย์ขนาดกลางและขนาดใหญ่ ได้เข้าร่วมในการประชุม นายมิเคเล สแกนเดลลารี ประธานกรรมการบริหารของเอ็นเนอร์เรย์ เป็นหนึ่งในผู้พูดคนสำคัญ อธิบายถึงโครงการตามที่เป็นจริงและโครงการในอนาคตโดยระบุว่า ปัจจุบันนี้แอฟริกาใต้สะฮารามีพลเมือง 600 ล้านคนไม่มีไฟฟ้าใช้ ในปี 2583 จะต้องใช้พลังงานประมาณ 1600 เทราวัตต์ชั่วโมง ถือเป็นการใช้พลังงานสี่เท่าของอินเดียและละตินอเมริการวมกันในปี 2553 เพื่อให้ได้พลังงานตามต้องการในระดับนั้นจะต้องใช้เงิน 490 ร้อยล้านดอลล่าร์เพื่อลงทุนตามกำลังการผลิตของพื้นที่นั้น และเราต้องเพิ่มเงินอีก 345 ร้อยล้านดอลล่าร์สหรัฐสำหรับการส่งและการกระจายเครือข่าย ขณะนี้การใช้พลังงานแสงอาทิตย์ผลิตไฟฟ้าจะมีค่าใช้จ่ายน้อยกว่า 15 เซ็นต์สหรัฐ/กิโลวัตต์ชั่วโมงโดยรับรองว่าจะจ่ายราคานี้ในระยะยาว แต่มีหลายประเทศในทวีปแอฟริกายังคงพึ่งพาทรัพยากรแบบดั้งเดิม ซึ่งมีค่าใช้จ่ายมากกว่า 25 เซ็นต์สหรัฐ/กิโลวัตต์ชั่วโมง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความไม่แน่นอนของราคาน้ำมัน

นายสแกนเดลลารี ยังกล่าวอีกว่าจากการที่มีทรัพยากรพลังงานแสงอาทิตย์มากกว่าที่ใดในโลก และมีวิวัฒนาการทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว ตลาดแอฟริกันในปัจจุบันจึงเติบโตเต็มที่เพื่อทำให้พลังงานทดแทนกลายเป็นส่วนสำคัญของกลยุทธ์ในท้องถิ่น ในการเร่งพัฒนาด้านการตลาด การลงทุนที่ใช้ทุนเข้มข้นในพลังงานคาร์บอนต่ำมีแนวโน้มที่จะไม่อยู่ในลำดับต้นเมื่อแข่งกับความต้องการที่มีความเร่งด่วนมากกว่า ในอีกแง่หนึ่ง รัฐบาลของประเทศที่มีความมั่งคั่ง กองทุนบำเหน็จบำนาญและกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติควรพิจารณาถึงสินทรัพย์ของโครงสร้างพื้นฐานพลังงานทดแทนในตลาดเกิดใหม่เพื่อเป็นโอกาสในการดึงดูดผลตอบแทนที่สูงกว่าที่ได้รับจากตลาดที่เติบโตเต็มที่ในขณะเดียวกันก็ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงคาร์บอนต่ำ

เอ็นเนอร์เรย์ทำงานเพื่อให้เป็นหนึ่งในบริษัทหลักที่ทำให้มี “การพัฒนาที่สะอาด” และทำในฐานะผู้ประกอบการ ร่วมงานกับผู้ซื้อและชักจูงให้ลงทุนขนาดใหญ่และใช้ประโยชน์จากการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างมั่นคงในแอฟริกาใต้สะฮารา

มุมมองใหม่ ความคิดใหม่ ทุกสิ่งเป็นเรื่องใหม่ สะอาดและมีการพัฒนาอย่างยั่งยืนในทวีปแอฟริกา

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม กรุณาเข้าไปที่  RES4MED.

เอ็นเนอร์เรย์ที่โรงไฟฟ้ารวันดาและการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน

3

วันที่ 5-6 พฤศจิกายน 2558 ผู้อำนวยการอาวุโสด้านเทคนิคและฝ่ายขายระหว่างประเทศของแอฟริกา ได้มีส่วนร่วมในรูปแบบของโรงไฟฟ้ารวันดาและการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานในกรุงกิกาลี

การประชุมโรงไฟฟ้ารวันดาไอพีเอดีและการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเป็นการเสนอคำแถลงของการประชุมให้แก่ผู้ลงทุน นักพัฒนาโครงการ สถาบันการเงินชั้นนำและผู้ลงทุนพหุภาคี บริษัทก่อสร้างและวางแผน รวมถึงผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยีจากรวันดา ในภูมิภาคและจากส่วนต่าง ๆ ในโลก ซึ่งในงานจะมีการสาธิตเกี่ยวกับธรรมชาติในเชิงรุกของรวันดาเพื่อพัฒนาในส่วนนี้ให้มีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผล

โอกาสในการพัฒนาโครงการจะเน้นบรรยากาศทางธุรกิจที่โปร่งใสร่วมกับแรงจูงใจในการลงทุนซึ่งหวังว่าจะเป็นการกระตุ้นความคืบหน้าของหุ้นส่วนใหม่เพื่อการเติบโตทางเศรษฐกิจและการพัฒนาอย่างยั่งยืนในประเทศ

การประชุมนี้มีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนรวันดาให้กลายเป็นศูนย์กลางของโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาในด้านธุรกิจ การลงทุน และนวัตกรรมใหม่

กลุ่มพลังงานของรวันดาที่ร่วมมือกับสปินเทลลิเจ้นท์ส่งคำเรียกร้องที่เปิดกว้างทางการตลาดเพื่อมีส่วนร่วมและต้อนรับผู้มีผลประโยชน์ร่วมในส่วนของพลังงานและโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อให้พิจารณาโอกาสของการลงทุนที่มีอยู่ในประเทศ

 

เอ็นเนอร์เรย์ได้เข้าพบประธานาธิบดีของเซเนกัล

4

วันที่ 25 กรกฎาคม ณ ศูนย์จัดงานแสดงสินค้าได้มีการจัดการประชุมทางด้านเศรษฐกิจเพื่อเซเนกัลโดยเฉพาะ นายแมคกี้ ซัล ประธานาธิบดีของเซเนกัล เดินทางมายังประเทศของเราเพื่อเยี่ยมชมบริษัทอิตาเลี่ยนโดยเน้นโอกาสในการลงทุนที่เซเนกัลอย่างแท้จริง ด้วยจำนวนบริษัทอิตาเลี่ยนที่มีอยู่อย่างจำกัด (มีอยู่ราวหกบริษัทรวมทั้งเอ็นเนอร์เรย์) ได้รับเชิญไปยังโรงแรมที่ประธานาธิบดีพักอยู่เพื่อประชุมบี2บี

ท่านประธานาธิบดีให้ความสนใจในกิจการของเอ็นเนอร์เรย์เป็นอย่างมากและพร้อมเข้าร่วมในด้านเซลล์แสงอาทิตย์ในเชิงลึก

เอ็นเนอร์เรย์ ได้มีการพัฒนาบางโครงการโดยก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์หลายแห่งในเซเนกัล (แต่ละโรงงานมีขนาด 20 เมกะวัตต์) โดยแสดงให้ท่านประธานาธิบดีเห็นความจำเป็นที่ต้องมีเงินค้ำประกันจากรัฐบาลเพื่อให้การลงทุนดำเนินต่อไปได้

 

 

เอ็นเนอร์เรย์ชนะการประมูลพลังงานสีเขียวของอีเนลและบินมายังประเทศบราซิล

5

จากที่ได้สร้างโซลาร์ฟาร์ม 254 เมกะวัตต์ในรัฐบาเยีย โรงงานนี้จะกลายเป็นโรงงานที่ใหญ่ที่สุดในประเทศและเป็นหนึ่งในโรงงานที่ใหญ่ที่สุดในโลก 

วันที่ 13 มกราคม 2559 ที่โบโลนญา จากการที่เอ็นเนอร์เรย์อยู่ภายใต้การควบคุมโดยสิ้นเชิงของเซอร์ซิ เอ็นเนอร์เจีย (กลุ่มบริษัทอุตสาหกรรมแมคคาเฟอร์รี่) ผ่านทางเอ็นเนอร์เรย์ ยูซินาส โฟโต้โวลทาอิคา ได้ประสบความสำเร็จชนะประมูลพลังงานสีเขียวของอีเนล ซึ่งเกี่ยวกับการตระหนักถึงแหล่งพลังงานแสงอาทิตย์แห่งใหม่ที่จะตั้งขึ้นในเขตอิตูเวอราวา

โซลาร์ฟาร์มที่เริ่มสร้างเมื่อเดือนธันวาคม 2558 จะตั้งอยู่ที่รัฐบาเยีย ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศบราซิล ติดตั้งกำลังการผลิตรวม 254 เมกะวัตต์สูงสุด มีการผลิตพลังงานประจำปีโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 500 กิกะวัตต์ชั่วโมง ซึ่งวางแผนเริ่มเปิดเครื่องปลายปี 2560 โซลาร์ฟาร์มนี้คาดว่าจะติดตั้งระบบติดตามดวงอาทิตย์แบบหนึ่งแกน ซึ่งทำให้โมดูลของเซลล์แสงอาทิตย์เปลี่ยนตำแหน่งระหว่างวันโดยขึ้นอยู่กับตำแหน่งของดวงอาทิตย์ โรงงานพลังงานแสงอาทิตย์ที่โครงการพลังงานสีเขียวอีเนลสร้างขึ้นนี้ถือเป็นโรงงานใหญ่ที่สุด และแน่นอนว่าจะตอบสนองความต้องการพลังงานไฟฟ้าที่เติบโตอย่างรวดเร็วของบราซิลได้ แท้จริงแล้ว ตามข้อมูลล่าสุดของประเทศนี้ การสร้างจะเติบโตโดยเฉลี่ยในอัตราร้อยละ 4 ต่อปีจนถึงปี 2563

“เราเชื่อว่าประเทศบราซิล ซึ่งเป็นประเทศที่กลุ่มบริษัทมีกิจกรรมทางอุตสาหกรรมกว่า 50 ปีจะสร้างโอกาสอย่างมากในอนาคตอันใกล้นี้ ตามความเป็นจริง ตลาดนี้มีมุมมองทางการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญโดยพิจารณาจากระยะกลางและระยะยาว เอ็นเนอร์เรย์จึงตั้งใจจะเป็นผู้นำที่เป็นมาตรฐานด้านพลังงานทดแทน เริ่มจากการสร้างโซลาร์ฟาร์มที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจึงเป็นความสำเร็จที่ทำให้เราภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งและแสดงให้เห็นว่าประเทศบราซิลมีความสำคัญต่อเรามากเพียงใด” นายมิเคเล สแกนเดลลารี ประธานกรรมการบริหารของเอ็นเนอร์เรย์ กล่าว

ในปี 2557 เอ็นเนอร์เรย์ได้ก่อตั้งบริษัทเอ็นเนอร์เรย์ในประเทศบราซิล ตั้งอยู่ในจันเดีย (เอสพี) 

 

โซลาร์ฟาร์มแห่งแรกในประเทศจอร์แดน

6

เอ็นเนอร์เรย์และเดสเซิร์ท เทคโนโลยี ซึ่งเป็นหุ้นส่วนซาอุดิอาระเบียที่ดำเนินงานด้านพลังงานทดแทน  ได้สร้างแหล่งเซลล์แสงอาทิตย์แห่งแรกในประเทศจอร์แดนเป็นผลสำเร็จและได้เชื่อมต่อโครงข่ายการไฟฟ้าที่อะกาบา

มีการติดตั้ง 40,320 แผงจำนวน 250 วัตต์ มีกำลังการผลิตรวม 10 เมกะวัตต์ รวมความสามารถในการผลิตต่อปีโดยเฉลี่ยเกือบ 20 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง โรงงานนี้จะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ประมาณ 10,000 ตันต่อปี

“แชมซูนา” เป็นส่วนหนึ่งของแผนงานหมุนเวียนอันประกอบด้วย 12 โครงการ ดำเนินงานโดยกระทรวงทรัพยากรพลังงานและแร่ธาตุแห่งจอร์แดน (เอ็มอีเอ็มอาร์) ได้ทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะเวลายี่สิบปีกับบริษัทท้องถิ่น เอ็นอีพีซีโอ (บริษัทพลังงานไฟฟ้าแห่งชาติ) ในอัตราพิเศษคือ 0.12 ดีนาร์จอร์แดนต่อกิโลวัตต์ชั่งโมง เท่ากับ 0.17 ดอลล่าร์สหรัฐต่อกิโลวัตต์ชั่วโมง

นายมิเคเล สแกนเดลลารี ประธานกรรมการบริหารของเอ็นเนอร์เรย์ เอสพีเอ กล่าวว่า “เราตั้งใจจะตั้งบริษัทให้เป็นผู้นำทางการตลาดในตะวันออกกลาง และเชื่อว่าเรามาถูกทางแล้ว โดยเป็นบริษัทแรกในตลาดจอร์แดน” 

นัวร์ มูซา ประธานกรรมการบริหารของเดสเซิร์ท เทคโนโลยี กล่าวเพิ่มเติมว่า “จอร์แดนเป็นประเทศที่เป็นผู้นำทางการตลาดของระบบเซลล์แสงอาทิตย์ในตะวันออกกลาง และโรงงานแชมซูนาเป็นโครงการแห่งแรกที่สร้างเป็นรูปเป็นร่างขึ้น ทำให้เราและเอ็นเนอร์เรย์จัดอยู่ในแถวหน้าด้านการตลาด”

ผู้แทนจากสถาบันต่างๆ จำนวนมาก รวมทั้งนายอับดุลเลาะห์ อันนะซูร นายกรัฐมนตรีของประเทศจอร์แดน เข้าร่วมพิธีเปิดโรงงานแชมซูนา ซึ่งเป็นโรงงานเซลล์แสงอาทิตย์แห่งแรกในภูมิภาค

 

 

เริ่มใช้โซลาร์พาร์ค 23 เมกะวัตต์ในประเทศจอร์แดน

7

เอ็นเนอร์เรย์ และเดสเซิร์ท เทคโนโลยี หุ้นส่วนสัญชาติซาอุดิอาระเบีย ซึ่งดำเนินงานด้านเซลล์แสงอาทิตย์ได้เริ่มก่อสร้างโซลาร์ฟาร์มขนาด 23.1 เมกะวัตต์ในเขตมะอาน ห่างจากเมืองหลวงของประเทศจอร์แดน 125 ไมล์

ทั้งเอ็นเนอร์เรย์และดีทีดำเนินงานในฐานะเป็นผู้รับเหมาแบบเบ็ดเสร็จของโครงการด้านวิศวกรรม-จัดหา-ก่อสร้าง และดำเนินงานบริหารจัดการ       

โครงการนี้เป็นหนึ่งใน 12 โครงการที่ได้รับอนุมัติจากกระทรวงทรัพยากรพลังงานและแร่ธาตุในรอบแรกของการยื่นข้อเสนอโดยตรงของโครงการเซลล์แสงอาทิตย์ ทั้งยังได้รับการสนับสนุนจากสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะเวลายี่สิบปีกับบริษัทการส่งพลังงานไฟฟ้าแห่งชาติ (เอ็นอีพีซีโอ) ลงนามในวันที่ 27 เมษายน 2557 และกระทรวงการคลังของประเทศจอร์แดนได้ออกเงินค้ำประกันจากรัฐบาลเพื่อสนับสนุนสัญญาซื้อขายไฟฟ้าโดยใช้สิทธิในค่าธรรมเนียมที่ 0.12 ดีนาร์จอร์แดนต่อกิโลวัตต์ชั่วโมง เท่ากับ 0.17 ดอลล่าร์สหรัฐต่อกิโลวัตต์ชั่วโมง

โซลาร์พาร์คที่มีการจ่ายไฟรวม 23 เมกะวัตต์

 จะรวม 73.320 จินโก้ อีเกิ้ล 315 พีพี-60 โมดูล และจะผลิตได้ประมาณ 47 นิวตัน กิโลวัตต์ชั่วโมง/ปี ทำให้ประหยัดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ราว 25.000 ตัน/ปี

ระบบการแปลงประกอบด้วยสถานีขนาดเล็ก 12 เอสเอ็มเอเอ็มวี พร้อมกับเครื่องแปลงไฟฟ้าขนาดเล็ก 2 เครื่อง เอสเอ็มเอ ซันนี่ เซ็นทรัล ซีพี 900 เอ็กซ์ที ใช้ภายนอก แนวทางของเอสเอ็มเอ เอ็มวีพีเอสทำให้โรงงานมีประสิทธิภาพ

“ต้องขอบคุณโครงการยอดเยี่ยมเช่นนี้ เอ็นเนอร์เรย์จะได้รับมาตรฐานด้านความมีประสิทธิภาพและมาตรฐานทางคุณภาพอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งเป็นเป้าหมายของบริษัทมาโดยตลอด สิ่งที่เป็นเครื่องพิสูจน์กลยุทธ์นี้คือการเลือกจินโก้และเอสเอ็มเอเป็นผู้จัดหา ไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาเราสร้างโรงงานเสร็จและเชื่อมต่อกับสายหลักของเมืองท่าของอะกาบา ต้องขอบคุณกิจการร่วมค้ากับดีที เทคโนโลยี โดยเอ็นเนอร์เรย์มีเป้าหมายที่จะเป็นผู้นำทางการตลาดในตลาดตะวันออกกลางด้วย” นายมิเคเล สแกนเดลลารี ประธานกรรมการบริหารของเอ็นเนอร์เรย์ เอสพีเอ กล่าว

“เราภูมิใจในการพัฒนาและการลงทุน โดยพิจารณาร่วมกับหุ้นส่วนของเราคือ เอ็นเนอร์เรย์ เอสพีเอ เราจึงเริ่มสร้างโรงงาน โครงการนี้เป็นโครงการแรกที่ใช้เครือข่ายมากกว่า 1.5 กิกะวัตต์ในตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือจากประเทศโมร็อคโคถึงประเทศซาอุดิอาระเบีย” นายนัวร์ มูซา ประธานกรรมการบริหารของเดสเซิร์ท เทคโนโลยี กล่าว

“เราตื่นเต้นมากที่จะมอบเทคโนโลยีของเราให้กับหนึ่งในโครงการขนาดใหญ่ด้านสาธารณูปโภคแห่งแรกในภูมิภาคตะวันออกกลาง เราเชื่อว่าโครงการนี้จะเป็นการเริ่มต้นร่วมมือกันในระยะยาวกับผู้เล่นที่โดดเด่นในภูมิภาคเช่นเอ็นเนอร์เรย์ และเรามั่นใจว่าตลาดจอร์แดนจะเป็นผู้นำพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้เป็นแห่งแรก และแผนงานนี้จะช่วยจูงใจให้รัฐบาลเข้าร่วมโครงการด้วย” นายกุลนารา อับดุลลินา ผู้จัดการทั่วไปของจินโก้ แอฟริกาและตะวันออกกลาง กล่าว

“โครงการนี้แสดงให้เห็นว่าเซลล์แสงอาทิตย์เป็นสิ่งธรรมดาที่สุด ยั่งยืนที่สุดและเป็นแหล่งพลังงานที่เหมาะสมที่สุดสำหรับประเทศกำลังพัฒนาเช่นกัน การทำงานร่วมกันกับเอ็นเนอร์เรย์ทำให้เราภูมิใจและขอกล่าวอีกครั้งหนึ่งถึงความแข็งแกร่งของบริษัทเราเมื่อต้องเผชิญกับความท้าทายระหว่างประเทศ” วาเลริโอ้ นาตาลิเซีย ผู้จัดการระดับภูมิภาคของเอสเอ็มเอ ยุโรปตอนใต้

 

เอ็นเนอร์เรย์ที่เมดิเตอร์เรเนียน

8

เอ็นเนอร์เรย์ เอสพีเอ มีความยินดีที่จะประกาศว่าได้เข้าร่วม อาร์อีเอส4เอ็มอีดี (การใช้พลังงานทดแทนสำหรับเมดิเตอร์เรเนียน) ในฐานะสมาชิกสามัญ:

อาร์อีเอส4เอ็มอีดี เป็นสมาคมไม่แสวงหากำไรที่ตั้งขึ้นในปี 2555 โดยเป็นเครือข่ายสาธารณูปโภค อุตสาหกรรม ตัวแทน ผู้ให้บริการด้านเทคนิค สถาบันวิจัยและสถานศึกษา ซึ่งเกี่ยวข้องกับการส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดในประเทศแถบเมดิเตอร์เรเนียนทางตอนใต้และทางตะวันออก พันธกิจของอาร์อีเอส4เอ็มอีดี คือสนับสนุนการนำพลังงานทดแทนไปใช้ทั้งขนาดใหญ่และการกระจายพลังงาน เป็นการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นการผสมผสานตลาดระดับท้องถิ่นและระดับภูมิภาค

สมาชิกใหม่จะช่วยให้พันธกิจของอาร์อีเอส4เอ็มอีดีแข็งแกร่ง โดยการเสนอให้นำพลังงานทดแทนและการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อสนองตอบความต้องการในท้องถิ่น

เอ็นเนอร์เรย์ เอสพีเอ ก่อตั้งเมื่อปี 2550 เป็นบริษัทสัญชาติอิตาเลี่ยนที่เป็นผู้นำทางด้านการออกแบบ การพัฒนา และการบริหารจัดการโรงงานเซลล์แสงอาทิตย์ทั้งขนาดกลางและขนาดใหญ่ ทั้งที่เป็นโรงงานของตนเองและเป็นของบุคคลภายนอก ในฐานะที่เป็นบริษัทในกลุ่มบริษัทอุตสาหกรรมแมคคาเฟอร์รี่ บริษัทอุตสาหกรรมที่เริ่มดำเนินการในปี 2422 บริษัทให้บริการแบบครบวงจรด้านวัสดุมุงหลังคาอุตสาหกรรม ที่อยู่อาศัย การติดตั้งบนพื้นดินและเรือนกระจก ในฐานะที่เป็นหุ้นส่วนที่เชื่อถือได้ จึงรับประกันได้ว่าเป็นโรงงานที่มีประสิทธิภาพและใช้งานได้ดีที่สุด

การบริการด้านวิศวกรรม-จัดหา-ก่อสร้าง และการดำเนินงานบริหารจัดการของเอ็นเนอร์เรย์ได้รับการยอมรับเป็นอย่างดีและมีประสบการณ์ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ได้ซื้อโรงงานต่างๆ และมีพลังงานโดยรวมมากกว่า 250 เมกะวัตต์สูงสุด และอีก 550 เมกะวัตต์สูงสุดที่กำลังก่อสร้าง เพื่อใช้ประโยชน์จากทักษะการทำงาน เอ็นเนอร์เรย์จึงขยายผลงานอย่างรวดเร็วโดยการเพิ่มจำนวนโครงการอย่างมั่นคง

เอ็นเนอร์เรย์ไม่ได้ดำเนินงานที่สำนักงานใหญ่ในโบโลนญา (ประเทศอิตาลี) ซึ่งต้องขอบคุณประสบการณ์ที่ได้รับในประเทศอิตาลีและประเทศต่าง ๆ เนื่องจากการเข้าไปดำเนินธุรกิจระหว่างประเทศเริ่มขึ้นเมื่อปี 2554 ทำให้บริษัทได้เพิ่มผลงานการสั่งซื้อเป็นอย่างมาก เป็นผู้นำทางการตลาดทั้งในฐานะผู้รับเหมาโครงการด้านวิศวกรรม-จัดหา-ก่อสร้างและดำเนินงานบริหารจัดการ เอ็นเนอร์เรย์มีสาขาอยู่ในประเทศโรมาเนีย ตุรกี ซาอุดิอาระเบีย จอร์แอน โมร็อคโค อียิปต์ เม็กซิโก บราซิล คอสตาริก้า ชิลี ประเทศไทย และมีตลาดที่ดำเนินงานและพัฒนาอยู่ในประเทศอื่นในทวีปอเมริกา แอฟริกา และเอเชีย

ทักษะการทำงานที่แข็งแกร่งและมีความสัมพันธ์กับกลุ่มอุตสาหกรรมหลักของเอ็นเนอร์เรย์เป็นเครื่องยืนยันว่าเอ็นเนอร์เรย์เป็นหุ้นส่วนทางเทคโนโลยีที่เชื่อถือได้จากทัศนะของเงินสนับสนุนโครงการ จากประสบการณ์ของบริษัททำให้ลูกค้าได้รับบริการที่มีคุณภาพสูง สามารถเชื่อในระบบเซลล์แสงอาทิตย์ที่มีความคงทนพร้อมการรับประกันการดำเนินงาน เอ็นเนอร์เรย์สามารถให้ความช่วยเหลือตั้งแต่ส่วนแรกจนถึงส่วนที่มีความเป็นไปได้จากพนักงานที่มีทักษะและมีคุณภาพ ซึ่งจะช่วยหาแนวทางที่ดีที่สุดทางเทคนิคเพื่อให้การดำเนินงานประสบความสำเร็จสูงสุด โดยเน้นในด้านเศรษฐกิจและการเงินเพื่อให้เหมาะสมกับโครงการ

เอ็นเนอร์เรย์ยังคัดสรรส่วนประกอบต่าง ๆ อย่างพิถีพิถันจากตลาดทั่วโลก เพื่อให้มั่นใจว่ามีคุณภาพ ความน่าเชื่อถือและอัตราส่วนต่อต้นทุนที่ดีที่สุด การร่วมมือที่ดีเกิดขึ้นร่วมกับผู้จัดหาชั้นนำด้านส่วนประกอบของเซลล์แสงอาทิตย์ ในการจัดหาชิ้นส่วนที่มีสภาพดีที่สุดสำหรับโมดูลเซลล์แสงอาทิตย์ เครื่องแปลงไฟฟ้า โครงสร้างที่สนับสนุน และหม้อแปลงไฟฟ้า ให้กับลูกค้า